กปภ.สาขาบุรีรัมย์ ให้การต้อนรับ มท.3 ตรวจเยี่ยมติดตามสถานการณ์ภัยแล้ง*

กปภ.สาขาบุรีรัมย์ ให้การต้อนรับ มท.3 ตรวจเยี่ยมติดตามสถานการณ์ภัยแล้ง*

**********************

  วันที่ มกราคม 2563 เวลา 13.00 นายบรรจง เทพเกษตรกุล ผจก.กปภ.สาขาบุรีรัมย์ พร้อมด้วย นายณัฐพงษ์ บุญโสดากร ผจก.กปภ.สาขาละหานทราย และ นายวีระพล เขียวสะอาด ผจก.กปภ.สาขาลำปลายมาศ นายอลงกรณ์ แก้วอรสาน ผช.ผจก.กปภ.สาขาบุรีรัมย์ นำหัวหน้างานและพนักงาน กปภ.สาขาบุรีรัมย์ ให้การต้อนรับ ดร.ทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.3) และคณะ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการประปาส่วนภูมิภาคสาขาบุรีรัมย์ (โรงกรองน้ำห้วยจรเข้มากรับฟังสถานการณ์ภัยแล้งที่กระทบต่อการผลิตน้ำประปาในพื้นที่ให้บริการ จ.บุรีรัมย์ รวมถึงการวางแผนบริหารจัดการการให้บริการในห้วงฤดูแล้งนี้จาก นายบรรจง เทพเกษตรกุล ผู้จัดการ กปภ.สาขาบุรีรัมย์ และข้อมูลสถานการณ์ภัยแล้งโดยรวมของ จ.บุรีรัมย์ โดย นายไชยวัฒน์ จุนถิระพงศ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์  นายบรรจง เทพเกษตรกุล ผจก.กปภ.สาขาบุรีรัมย์ ได้รายงานปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำห้วยจรเข้มาก และแหล่งน้ำสำรองอ่างเก็บน้ำห้วยตลาด ในปัจจุบันมีประมาณ 2.6 ล้าน ลบ.ปัจจุบันได้ดำเนินการตามมาตรการที่ คือลดแรงดันน้ำช่วงกลางคืนเวลา ๑๗.๐๐ – ๐๖.๐๐ นประมาณการว่าสามารถใช้ผลิตน้ำประปาได้ในช่วงฤดูแล้ง และช่วงมีการจัดกิจกรรมท่องเที่ยวของจังหวัดในเดือนมีนาคม 2563 รองรับปริมาณนักท่องเที่ยวได้อย่างแน่นอน

สำหรับการแก้ไขปัญหาระยะยาว จะมีการวางท่อส่งน้ำจากอ่างเก็บน้ำห้วยสวาย อ.กระสัง มายังอ่างเก็บน้ำห้วยตลาด รวมระยะทางประมาณ 19 กมโดยขอรับการสนับสนุนงบประมาณจากรัฐบาล ในวงเงินประมาณ 180 ล้านบาท  ดร.ทรงศักดิ์ กล่าวว่า จากสถานการณ์ปัจจุบัน และการวางแผนบริหารจัดการของ กปภ.สาขาบุรีรัมย์ ถือว่าสามารถรองรับความต้องการของประชาชนผู้ใช้น้ำได้เป็นอย่างดี จากการตรวจเยี่ยมอ่างเก็บน้ำห้วยจรเข้มาก รวมถึงแหล่งน้ำดิบต่างๆ พบว่ามีความตื้นเขิน เห็นควรต้องมีการขุดลอกแหล่งน้ำขนาดใหญ่ เพราะเมื่อฤดูฝนจะได้สามารถกักเก็บน้ำไว้ใช้ในฤดูแล้งได้ สำหรับทั้งการเกษตร อุปโภค และบริโภค ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ การดำเนินงานยังติดขัดด้านระเบียบ กฎหมาย และหน่วยงานเจ้าของแหล่งน้ำจึงต้องบูรณาการแก้ไขปัญหาอย่างครบวงจร คาดว่าจะมีแนวโน้มการแก้ไขปัญหาที่ดี  ด้านงบประมาณวางท่อส่งน้ำที่ขอใช้งบกลางของรัฐบาลนั้น มท.3 จะติดตามเร่งรัดงบประมาณให้ ส่วนระยะเวลาในการก่อสร้างต้องรอ พรบ.งบประมาณประจำปีเรียบร้อยก่อน จึงจะมีความชัดเจน โดย ดร.ทรงศักดิ์ แนะนำว่าเพื่อให้การดำเนินงานได้รวดเร็วขึ้น กปภ.ควรจัดหาผู้รับจ้างไว้ก่อน เมื่อได้งบประมาณแล้วสามารถลงนามสัญญาก่อหนี้ผูกพันได้ทันที


ข่าวอื่นๆ